เราชาว TARAD.com ประกาศความคืบหน้า
“การปฏิวัติ E-Commerce ของไทย”
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ผ่านมา 2 ปีตั้งแต่ปี 2009
หลังจากได้ร่วมมือกับทาง Rakuten ผมและทีมงาน TARAD.com
ได้เรียนรู้อะไร ต่างๆ มากมายจาก Rakuten แล้วนำมาประยุกต์
ปฏิบัติ กับคนไทยและประเทศไทย ต้องขอบอกว่า เราได้ “เปลี่ยนวงการ
E-Commerce ของไทยไปหลากหลายเรื่องราวเลยทีเดียว” เช่น
·
เราทำให้คนไทยหลายคน
หันมาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก
·
เรากระตุ้นให้ E-Commerce ไทยเข้าสู่โมเดลของ Commission
Base ได้จริงๆ
·
เราทำให้ผู้ทำ E-Commerce เริ่มรู้จักการทำ “โปรโมชั่น ส่วนลดราคา สื่อสารกับลูกค้าแทบทุกๆ อาทิตย์”
·
เราเริ่มต้นระบบ Point (แต้ม) ทางออนไลน์
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำอีกครั้งทางออนไลน์
·
เราทำให้ “ร้านค้าสามารถสร้างยอดขายได้จริงๆ จากการขายสินค้ากับ TARAD.com”
·
เราทำให้บัตรเครดิต กลายเป็นช่องการชำระเงินที่มีผู้ใช้ชำระเข้ามามากที่สุด
·
เราทำให้เกิดองค์ความรู้ด้าน E-Commerce จริงๆ
กระจายออกไปยังกลุ่มผู้ประกอบการออนไลน์ไทย ทั่วประเทศ
·
เราเป็นตัวอย่าง เป็นผู้นำด้านการทำ E-Commerce เต็มรูปแบบที่หลายๆ
แห่ง ต่างเดินตาม และนำวิธีการที่เราใช้ไปปฏิบัติ
·
เรากระตุ้นให้เกิดเทคโนโลยีด้าน E-Commerce ของไทยเต็มรูปแบบอย่างเต็มที่
ไม่ว่าจะเป็น Augmented Reality, Mobile Payment, Advance Shopping Cart
·
เราสร้างคนรุ่นใหม่ “ที่เข้าใจการทำ E-Commerce อย่างแท้จริง ออกไปสู่วงการ E-Commerce ไทย”
·
เราเชื่อมโยงการค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศ กับโครงการส่งสินค้าไทย
ไปขายที่ญีปุ่น ผ่านโครงการ www.tarad.com/export
·
เราร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน หน่วยงานต่างๆ
เพื่อพลักดันให้ E-Commerce
ไทยเติบโตไปข้างหน้า
·
เราสร้าง ผู้ประกอบการ E-Commerce ที่ประสบความสำเร็จจริงๆ ออกสู่สังคมไทย
เพื่อเป็นตัวอย่าง ให้ท่านอื่นๆ ดูเป็นตัวอย่างในการดำเนินการตาม
นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานที่เราทำ
เป้าหมายของเรายังไม่สำเร็จ เรายังมีอะไรอีกหลายๆ อย่างที่อยู่ใน “แผนการปฏิวัติ
E-Commerce
ไทย” ของเรา ที่จะทำ และดำเนินการต่อไป
ต้องบอกว่าสิ่งที่เราทำมาทั้งหมด เราทำด้วยฝีมือของคนไทยล้วนๆ
เรานำความรู้ที่ได้มาจากทางญี่ปุ่นและบริษัทในเครือทั่วโลก สิ่งเหล่านี้
ทำให้เราภูมิใจอย่างมากว่า “เราทำให้คนไทย
ธุรกิจไทยเติบโต ด้วยฝีมือของคนไทย”
» TARAD.com
ประกาศความสำเร็จยิ่งใหญ่ หลังปรับกลยุทธ์ตามโมเดลธุรกิจของราคูเท็น
TARAD.com (ตลาดดอทคอม)
ช๊อปปิ้งมอลล์ออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทยประกาศความเติบโตครั้งยิ่งใหญ่ในธุรกิจอีคอมเมิรซ์ของประเทศไทย
ด้วยยอดขายเติบโตสูงถึง 216 เปอร์เซนต์[1] หลังจากที่บริษัทฯ
ได้ปรับกลยุทธ์ตามโมเดลธุรกิจของบริษัทแม่อย่างราคูเท็น
ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่อันดับสามของโลก
TARAD.com (ตลาดดอทคอม) ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยคุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
ผู้บุกเบิกกลยุทธ์การตลาดผ่านอินเตอร์เน็ต ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของราคูเท็น
กรุ๊ป ในปีพ.ศ.2552
ราคูเท็น บริษัทค้าปลีกออนไลน์จากประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้บริษัทแม่ของ TARAD.com(ตลาดดอทคอม) มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างจากบริษัทอีคอมเมิร์ซอื่นๆนั่นคือ
โมเดลธุรกิจแบบ B2B2C หรือ
บริษัทกับบริษัทกับผู้บริโภค
โดยราคูเท็นยึดมั่นในการให้อำนาจแก่ผู้ประกอบการที่เป็นเสมือนพันธมิตรทางธุรกิจให้มีอิสระในการใช้พื้นที่เว็ปไซต์เพื่อการประกอบธุรกิจของตน
นอกจากนั้น ราคูเท็น ยังช่วยผู้ประกอบการด้วยวิธีอันหลากหลาย
เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมากที่สุด เช่น จัดอบรมหลักการเนินธุรกิจออนไลน์โดย Rakuten
University (มหาวิทยาลัยราคูเท็น)
และการสร้างเครือข่ายผู้ให้คำปรึกษาเฉพาะทางหรือ ECC ที่ย่อมาจาก e-commerce consultants ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการสร้างผลงานที่ดีที่สุด
คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผุ้จัดการและผู้ก่อตั้ง TARAD.com
(ตลาดดอทคอม) อธิบายที่มาแห่งความสำเร็จในครั้งนี้ว่า ?ที่ TARAD.com (ตลาดดอทคอม)
เราให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพ (Empower) แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจการค้าออนไลน์
เพื่อเพิ่มยอดขายและขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ทั่วประเทศและทั่วโลก รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ผ่านรูปแบบของโมเดลทางธุรกิจแบบ B2B2C หรือ
ธุรกิจกับธุรกิจกับผู้บริโภค ซึ่งมีความแตกต่างจากรูปแบบที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยอย่าง B2C หรือ ธุรกิจกับผู้บริโภค และ C2C หรือ
ผู้บริโภคกับผู้บริโภค
เมื่อเรามอบอิสระให้แก่ผู้ประกอบการในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตามหลักของราคูเท็น
ช่องทางการค้ารูปแบบใหม่ของเราจึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ที่ต้องเพิ่มยอดขายและการสร้างความจงรักภักดีในแบรนด์และสินค้าแก่ลูกค้าของตน?
TARAD.com (ตลาดดอทคอม) ได้นำกลยุทธ์ตามแบบราคูเท็นมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตลาดประเทศไทยเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการโดยจำนวนผู้ประกอบการในTARAD.comได้เพิ่มขึ้นกว่า110เปอร์เซนต์[2]TARAD.comให้การสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกรายอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับการบริการที่ได้มาตรฐานตามแบบฉบับญี่ปุ่น
หรือที่เรียกว่า ?omotenashi? (?โอโมเทนาชิ? คือการบริการจากใจตามแบบญี่ปุ่น) โดยเป้าหมายของ TARAD คือการที่ผู้ประกอบการทุกรายสามารถมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำและเกินความคาดหวังให้แก่ลูกค้า
ทั้งนี้ TARAD.com (ตลาดดอทคอม) ได้นำระบบสะสมแต้ม Super
Points program (โปรแกรมซุเปอร์พ้อยท์)
ของราคูเท็นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งมาใช้ภายใต้ชื่อ TARAD
Super Point (ตลาดซุเปอร์พ้อยท์)
ซึ่งมอบสิทธิให้ลูกค้าสะสมแต้มจากการซื้อสินค้าเพื่อใช้แทนเงินในการชำระครั้งต่อไป
มีร้านค้าเป็นจำนวนมากที่ได้ผันตัวจากร้านค้าออฟไลน์มาเป็นร้านค้าออนไลน์อย่างเต็มตัวหลังจากที่ได้สร้างยอดขายเป็นประวัติการณ์เมื่อร่วมเป็นพันธมิตรกับTARAD.com(ตลาดดอทคอม) คุณพลยุกต์ มีเมศกุล ผู้ก่อตั้งhttp://gaming-oasis.tarad.com เจ้าของร้านจำหน่ายเกมส์และสมาร์ทโฟนที่เคยตั้งอยู่ที่มาบุญครอง
ประสบกับปัญหายอดขายลดลงอย่างมากในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับความสั่นคลอนทางการเมือง
หลังจากที่คุณพลยุกต์ หันมาเปิดร้านค้าและจำหน่ายสินค้าผ่าน TARAD.com(ตลาดดอทคอม)ได้เพียงหนึ่งเดือน กลับมียอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่า40 เท่า จากก่อนหน้า
จึงทำให้เขาตัดสินใจดำเนินธุรกิจออนไลน์เพียงช่องทางเดียวนับตั้งแต่นั้นมา
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น